iLOMA's profile~~#@**อิสระ สายน้ำ สงครา...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 31

    ~~%หายไปนาน คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ...(^.^)

     
    ไม่ได้เข้ามาดูซะตั้งหลายวัน  ม่ายรุเสปซร้างไปหรือเปล่า
    กลัวพี่กะเพื่อนๆลืมสเปซปุ๊กเลยเข้ามาอัพโน่นนี่ซะหน่อย
    ..........ก็ต้องขอขอบคุณไว้ก่อนเลยนะคะกะบุคคลที่กรุณาเข้ามาเม้นให้
    --------------------------------------------------------
    ตอนนี้กลับมาอยู่ที่มหา'ลัยเรีบยร้อยแล้วล่ะค่ะ
    กลับมาวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา
    ก้อนะไปอยู่บ้านซะนานเลยไม่อยากกลับมาเลย
    สนุกและรู้สึกดีที่สุดที่ได้อยู่ที่บ้าน  วันก่อนกลับมานี่ คุณเบียร์
    เพื่อนที่แสนดี๊  แสนดีก้อขับรถมาที่บ้านปุ๊กเพื่อเอาเอกสารรามฯมาให้
    น่าอิจฉามันจังเลยอ่ะ
    ตอนแรกที่ต้องมาอยู่ที่พิษณุโลกนี่ก็เพราะว่า.....
    มีเพื่อนคนนึงไปติดที่แพร่  เราเลยตกลงร่วมกันว่าเราจะมาอยู่เหมือนกัน
    ซึ่งคนๆนั้นก็คือ  เบียร์...............
    แต่สุดท้ายมันก็ดันค้นพบทางที่ใช่ไปซะแล้ว
    เลยกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่รามฯแทน  ก็เลยเหลือเราเหงาอยู่ไกลๆคนเดียวเลย  เศร้า
    แต่ก็ไม่เป็นไรปีนึงยังผ่านไปเร็วเลยกะอีกแค่ 3 ปีเด๋วเราก็ได้เจอกันทุกวันอีกแล้ว
    .........คิดถึงนะเพื่อนๆ...........
    --------------------------------------------------------------
    เรื่องเบียร์ไปคนนึงแล้ว  คราวนี้มาเรื่องเล็กบ้างดีกว่า
    ไอ้เจ้าคุณพี่ที่แสนดีของน้องคนนี้เนี่ยนะ
    ก้อยังเป็นเหมือนเดิมกันตลอด  มันห่วงแต่ของฝากจากน้องเท่านั้นเลยอ่ะ
    ก่อนกลับมานี่มันฝากซื้อครีมมาให้  (มันไม่กล้าซื้อเอง  อายคนขาย)
    เราก้อซื้อมาให้ แต่มันยังไม่ได้มาแถวบ้านก้อเลยไม่เจอกันจนวันกลับเนี่ย
    เรือมาอยู่แถวบ้านแล้ว  ก็ได้แม่เนี่ยล่ะที่เป็นคนขับรถมาส่งที่อำเภอ
    เล็กมันก้อยังดั๊นห่วงแต่ครีมมันน่ะแหละ  ฝากแม่ให้เอากลับไปให้ด้วย
    แต่ดั๊นไม่ยอมฝากตังค์แม่มาให้เรามั่ง  คอยดูคราวหน้าไปบ้านแล้วเจอนะ  ตังค์ในกระเป๋าน่ะ  หึหึ
    แต่มันก็คอยเงี่ยหูฟังแม่คุยโทรศัพท์กะปุ๊กตลอดนะตอนที่กลับมาที่มออ่ะ
    ว่าได้ที่อยู่อ๊ะเปล่า  เสียงมันคอยสอดแทรกมาตามคลื่นโทรศัพท์เลยอ่ะ อิอิ
    ----------------------------------------------------------------
    ช่วงที่ปิดเทอมมานี่ก้อมีชีวิตอยู่กะบ้านกะขับรถไปเรือแล้วก้อไปเดินเล่นทั่วไป
    กะไปลดน้ำหนักที่บ้านเต็มที่  แต่ที่ไหนได้
    พอเปิดเทอมมาน้ำหนักขึ้นค่ะ  เศร้าเลย
    ขนมจีนแกงไก่อร่อยมากๆเลย  กินเกือบทุกอาทิตย์  อิ่มแปร้
    ตอนนี้ก้อเลยมามีปัญหากะน้ำหนักตัวที่ขึ้นเอาขึ้นเอา  กระโปรงที่ใส่ไม่ได้ เศร้าเลย
    ถ้าน้ำหนักขึ้นมากกว่านี้จะทำไงดีเนี่ย เครียดมากเลยกะเรื่อนี้เนี่ย
    แต่ทำไม๊ทำไมตอนกินเนี่ยอร่อยมากๆเลยอ่ะ
    อยากว่านะก็ปุ๊กไม่ได้กินเพื่ออิ่มนี่หน่า  แต่ปุ๊กน่ะกินเพราะอยาก (^-^)
    ก้อต้องปรับปรุงนิสัยตัวเองใหม่  ไม่มีใครคอยบังคับอ่ะ
    ไอ้เล็กก้อไม่ห้ามแล้วตอนนี้ มีแต่ล้อว่าเป็นโอ่งเหมือนเดิม
    ก้อเลยต้องพยายามบังคับตัวเองให้ได้
    ยังไงๆก็เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ  เพื่อน้ำหนัก 48 อิอิ
    --------------------------------------------------------------------
    ถึงพี่ๆที่มออื่นนะคะตอนนี้ปุ๊กไม่ค่อยได้ออนเอ็มเท่าไหร่  ก็ไม่ต้องนึกว่าปุ๊กเป็นไรไปนะคะ
    ยังอยู่ดีค่ะ  แต่ว่าไม่มีคอมส่วนพระองค์อีกแล้วตอนนี้  นานๆทีถึงจะเห็นกันนะคะ
    ยังไงๆก็อย่าลืมปุ๊กกันนะคะ
    ---------------------------------------------------------------------------
    พล่ามมานานเลยอ่ะคราวนี้ก็เป็นเรื่องไร้สาระเหมือนเดิมทั่วไป 
    เดี๋ยววันไหนหาเรื่องดีที่มีคุณค่ามาได้
    จะเอามาให้ทุกคนได้อ่านกันบ้างนะคับ
     
    ปล.โชคดีทุกคนนะคะ  รักษาสุขภาพกันด้วยนะ
    คิดถึงนะ 
     
    May 20

    ~**นับเวลาถอยหลังสู่การเป็นรุ่นพี่**++

     
    ไม่กี่วันมานี่เอง  ยังรู้สึกเหมือนกับว่า
    ---เราเพิ่งได้ก้าวเข้ามาอยู่ที่ มน. เลยอ่ะ
    ยังต้องปรับตัวกะชีวิตไกลบ้านจริงๆเป็นครั้งแรก
    ไม่น่าเชื่อเลย......ว่าเราต้องให้แม่เดินทางมาด้วยตอนมาที่นี่ครั้งแรก
    ยังต้องร้องไห้ เป็นบางครั้งบางคราว
    ต้องโทรหาเล็ก  เป็นชั่วโมงสองชั่วโมง  เพื่อให้มันเปิดเพลงผ่านโทรศัพท์ให้ฟัง
     
    ตอนนี้กลายเป็นว่าเราเหมือนกะมีชีวิตครึ่งนึงอยู่ที่พิษณุโลกซะแล้ว
    อยู่คนเดียวในที่ที่เรียกว่าห้องพัก  มันเหมือนเป้นสิ่งแปลกใหม่มากๆตอนนั้น
    ถึงไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วยตอนเรียนมัธยม ถึงเราจะต้องอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ
    แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะไปวาดภาพที่ไหน จังหวัดอะไร
    ..........ก็จะได้กลับมานอนที่บ้านเสมอ
    บ้าน จริงๆ ที่มีเนื้อที่พอประมาณ สามารถโผล่ออกมาหายใจได้สะดวกๆ  มีต้นไม้ให้มอง
    มีท้องฟ้าให้เห็นตอนนอนเล่นที่เปล  ..............
    ตอนแรกคิดว่าจะอยู่ไม่ได้จริงๆเลยกะคำว่าห้องพัก
    มันต้องอึดอัดแน่เลย  ต้องน่ารำคาญ  ออกไปไหนก็ไม่มีความเป็นส่วนตัว
    แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ว่าที่ไหนเราก็อยู่ได้เหมือนกัน
     
    หอพักที่มีห้องติดๆกันหลายๆห้อง 
    หอพักที่ต้องอยู่กันหลายๆคนต่อห้อง
    หอพักที่มีคนนั่งอยู่หน้าห้องเพื่อลากสายโทรศัพท์ออกมาคุย
    ก็สนุกดีนะ เป็นชีวิตที่แปลกใหม่ดี  เอาผ้าไปตากที่ราวบันไดหนีไฟ
    ไปนั่งอ่านหนังสือช่วงใกล้สอบที่บันไดหนีไฟ
    ไปนั่งดูทุ่งข้าวที่บันไดหนีไฟ........
    และก็ยังได้เห็นพระอาทิตย์สวยๆที่ดูเหมือนจะแปลกไปที่หลังห้องเรา
    เป็นอะไรที่สนุกดีนะ เดินสวนกันไปมา  สุดท้ายเราก็อาจได้รู้ว่าเพื่อนข้างห้องเราเป็นใคร(ถึงแม้โอกาสจะน้อยก็ตามที)
     
    ถึงตอนนี้อะไรๆที่เคยกลัวก็ดูจะเริ่มจางหายไป
    .....หายไปในตอนไหนก็ไม่รู้ได้
    เหมือนๆกับเวลาที่ผ่านไป พร้อมกับการกระพริบตา
     
    ไปๆมาๆตอนนี้เราก็จะขึ้นปี 2 อีกแล้วสินะ
    เป็นรุ่นพี่เขาอีกแล้ว 
    .......มีน้องๆโทรมาหา คอยถามโน่นถามนี่ 
    บางทีก็มาพร้อมกับเสียงที่สดใส  บางคราวก็เป็นเสียงที่ท้อใจ
    หลายๆคนคงกลัวเหมือนกันสินะ  กับการต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่
    พอเห็นเบอร์แปลกทีไร
    จากแต่ก่อนที่จะไม่ค่อยรับโทรศัพท์ 
    ....ตอนนี้กลับเป็นว่าต้องรอรับทุกสาย
    รอเพื่อจะฟังว่าเป็นเสียงน้องคนไหนหรือเปล่าที่จะคอยถามโน่นถามนี่....
    พี่ปุ๊กใช่ไหมคะ ?  เป้นคำถามที่เราเริ่มชินซะแล้วสิ
    ตอนนี้ก็เลยคอยตอบคำถามน้องคนโน้นคนนี้  เท่าที่พี่จะช่วยได้
    เพราะเราก็เคยผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกว่าต้องการที่พึ่งพิงมาบ้างแล้วเหมือนกัน
     
    เวลาก็ผ่านไปอีกปีอีกแล้วสินะ  เหมือนกับว่าพึ่งเมื่อวานนี้เองที่ได้ก้าวเข้ามา
    ก็บอกกะตัวเองว่าจะดูแลรุ่นน้องให้ดีให้ได้ล่ะนะ
    เพราะว่าแค่คำปรึกษาก็ทำให้เรารู้สึกดีมาแล้วเลย
    ก็รอไปอีกไม่กี่วันนะมอขา
    ขอให้ไอ้เบียร์มันกลับมาจากรามฯก่อน
    เพราะว่าเราจะไปร่อนบ้านเพื่อนๆกันอีกรอบ
     
    ปล.คิดถึงมอนะคะ พี่ที่สภาด้วย  บี และเพื่อนๆที่สภาด้วยนะ
    เพื่อนๆเอกอังกฤษ ทั้งหลายคิดถึงนะ  แล้วเราค่อยเจอกัน
     
     
    May 11

    Miss U

     
    Dear boy,
     
            Long time from the last  I wrote letter to U. 7 years ago we were far from. 
    I can smile ,yes I can smile I always go to everywhere , go for meet everyone.
    I spend more time with studies , activities ,and speak ,and smile.
    I do everything which can take me away from our remember. But, Do you know ?
    I can't do that.....I never let's you away from my thinking. I don't want to forget you.
    I love to stay alone all night for do everything and missing you , I still always MissinG you.
    I always feel your warm, I always stay with you talk with you , and U always give me your hand
    when we go to everywhere. Thinking of U is always supported me same U always stay beside me
     and help me all time. I will go to the future don't worried I am not cry , b'coz I haven't your back
     for cry.
     
            Plese lie on the peaceful place where I can meet you and stay with U again ,my little boy.
            Please stay with me on my dream forever not alone at heaven.
    May 05

    ****อยู่บ้านๆๆๆๆๆ*******

     
    มีความสุขจังได้อยู่กะบ้านเนี่ย (^-^)
    มีข้าวกิน มีโทรทัศน์ให้ดู มีคอมฯให้เล่น
    ............จะมีที่ไหนสุขได้เท่ากะบ้านอีกแล้วล่ะ.........
    //////////////////////////////////////////////////////
    วันนี้อากาศร้อนอีกแล้ว........แต่ก็ไม่มีอะไรขัดขวางการดูหนังของปุ๊กอยู่ดี
    ก็วันนี้มีลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู 2 นี่หน่า
    ชอบมาตั้งกะภาคแรกแล้ว ติ๊งต๊องดี
    แต่ก้อมีสาระ............................
    ภาคแรกน่ะ ทำให้ชอบจุน มัสสึโมโต้มากๆเลย
    ดูเท่ดี เท่มากๆ  ..........
    พอมาภาคสองก็ชอบคนที่เล่นเป็นริว
    สงสัยปุ๊กคงชอบคนเงียบๆอย่างนี้ล่ะมั้ง
    แต่ในความเงียบๆ  หัวรั้นน่ะ
    เขาก็เป็นคนที่รักเพื่อน ห่วงใยคนอื่นมากกว่าตัวเองล่ะนะ
     
    เคยคิดว่าถ้ามีแฟน  ถึงเขาจะดูไม่ดีในสายตาใครมากมาย
    เป็นพวกไม่แสดงความรู้สึกให้ใครรู้ .....ก็ไม่เป้นไร
    ขอแค่เขาบอกเราบ้างเท่านั้นว่าเขารู้สึกยังไง
    แล้วถึงเขาจะชอบมีเรื่องกับใคร (ในเวลาที่มันสมควรมีนะ)
    แต่ขอให้เขามีเหตุผลได้ก็พอ........
    และขอให้เขาดูแลเราได้.................นั่นหล่ะเรื่องดีเลย
    ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนโรแมนติก ปากหวาน
    แต่แค่มีแขนยื่นมากันเราไว้ข้างหลังเขามันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ
     
    เคยงงเหมือนกันนะว่าทำไมผู้หญิงชอบคนเลว
    แต่ว่าคนเลวในสายตาคนอื่น............................
    บางทีก็เป็นแค่สิ่งลวงตาเท่านั้นนะ
    เขาแค่สร้างมันขึ้นมา  แต่ว่าจิตใจไม่ใช่
     
    พอดูหนังเรื่องนี้ทีไรเลยชอบมากๆ
    เป็นผู้ชายแบบที่ชอบจริงๆเลย ตั้งกะรุ่น จุน มาแล้ว
    ตอนนี้ก้อชอบ ริว มากๆเลย  อิอิ  เมื่อไหร่น้า
    จะไม่ต้องสมมติ.........คิคิ
    ////////////////////////////////////////////////////////////
    บ้าบอมากไปแล้วกะหนังตอนนี้
    เหมือนเก็บกดเลยอ่ะ อยู่ที่มอไม่ค่อยได้ดู
    ตอนนี้เลยดูเอาดูเอา  เด๋วก้อต้องไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกแล้ว
     มหาวิทยาลัยรอไปก่อนนะคะ
    เด๋วจะกลับไปหา...............................
     
    ปล. คิดถึงนะ  ดูแลตัวเองกันด้วยล่ะ
     
     
    April 30

    ..ผ่านไปอีกเดือนแล้วๆๆ..

     
    แป๊บๆก็มาถึงวันสุดท้ายของเดือนเมษายนอีกแล้วสินะ
    ใจหายจังเลยอ่ะ.............
    เดือนหน้าก็พฤษภาคมอีกแล้ว แล้วก็เดือนมิถุนายน
    .............เปิดเทอมอีกแล้วสินะ........................
    เหมือนกับว่ายังได้อยู่บ้านไม่นานเลย..
    ความรู้สึกโหวงๆในอกกลับมาอีกแล้วสิ
    เดี๋ยวปุ๊กก็ต้องกลับไปมออีกแล้วใช่ไหมเนี่ย
    ต้องกลับไปหาหอพัก  ไปเรียนต่อ.....
    ...........แค่คิดก็เหงาๆซะแล้วสินะ
    ได้กลับมาไปไหนมาไหนกับแม่ ไปเล่นเกมส์อยู่กับเล็ก
    ก็ชักติดกับชีวิตแบบนี้อีกแล้วสินะ
    ------------------------------------------------------
    มหาวิทยาลัย  ไปแล้วก้ต้องเรียนต่อให้จบ
    เดี๋ยวเราไปอยู่โน่นก็คงปรบตัวได้เองแหละเนาะ
    ยังดีนะ  ที่มหา'ลัยยังมีกิจกรรมอะไรให้ทำมั่ง
    ไม่งั้นบ้าตายแน่เลย........
    ว่าๆไป ชีวิตเด็กมหา'ลัยนี่สุขสบายดีเนาะ
    ตื่นตอนไหนก็ได้ (ถ้าไม่มีเรียนแต่เช้า)
    แต่ก็ไร้สาระสุดๆเลยล่ะ  เพราะเวลาเหลือว่างจัด
    กิจกรรมๆๆๆๆๆๆเป้นสิ่งที่ทำให้อยากกลับมอหน่อย
    รอกันด้วยนะเพื่อนๆ สภานิสิต
    เด๋วจะเข้าไปป่วนต่อ
    --------------------------------------------------------
     Miss U everyone. I will come back to university soon.
    April 24

    ----เวลา---

     
    เคยรู้สึกมั่งไหมว่า เวลา เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นมาเลย .......
    เวลา.....ไม่น่าผ่านมา แล้วผ่านไป  แต่ในอีกใจนึง ก็เรียกร้องให้เวลาเดินหน้าต่อไปอย่างรวดเร็ว
    -----------------------------------------------------------------------------------------
    ในวันที่เรามีความทุกข์ใจ กับการสูญเสียบางอย่างไป....
    บางอย่าง....ที่เคยมอบความรู้สึกดีๆไว้กับใจในวันนั้น  วันที่ผ่านมา
    ในตอนนั้นเรามีความสุขใจ  อยากให้เวลาดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
    แต่ว่าในวันที่เราสูญเสียมันไป  กลับคิดแต่เพียงว่า
    ทำไมเวลาถึงต้องผ่านไป  ทำไมเวลาดีๆเหล่านั้นถึงต้องสูญสิ้นไป......ทำไมเวลาต้องดำเนินต่อไป
    ทำไม วันต้องเปลี่ยนเป็นเดือน แล้วทำไมเดือนต้องเปลี่ยนเป็นปี
    ทำไมต้องมีเวลาเพื่อมาสร้างรอยร้าวในความทรงจำให้เกิดขึ้น.....
    ทำไมเวลาถึงต้องผ่านมาแล้วผ่านไป
     
    แต่ในวันเวลาที่เราต้องอยู่เพื่อรอคอยสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างใจจดใจจ่อ
    เรากลับตั้งหน้าตั้งตาคิดแต่ว่า
    เมื่อไหร่เวลาถึงจะผ่านไป  เมื่อไหร่ จะถึงวันสำคัญที่เราตั้งตารอซักที
    เวลาที่มีอยู่ก้ออยากให้หดสั้นไปทันตา
    -------------------------------------------------------------------------------------------
    เวลา.....ที่เราทุกคนมีอยู่เท่าๆกัน
    แต่ในบางวันเรากลับรู้สึกว่าเวลาของเรามันกลับยาวนานกว่าคนอื่นๆ
     
    ทั้งที่เวลา.....เราก็เท่ากัน
    แต่ในบางวัน เวลาที่เรามีกลับผ่านไปอย่างรวดเร็ว
    ราวกับเลือนหายไปในช่วงเวลาหนึ่ง
    เราทุกคนคงมีความรู้สึกอย่างนี้กันแน่นอนปุ๊กมั่นใจ
     
    ลองหวนคิดไปซิว่าตอนที่เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
    เป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกอย่างไร
    แล้วในวันที่เวลาเลือนหายไปโดยไม่ทันตั้งตัว
    เรากำลังทำอะไรอยู่
    ------------------------------------------------------------------------------------------
    ถ้าในวันหนึ่งข้างหน้าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไป
    เราคงรู้ตัวว่าเวลาที่ผ่านไปเป็นเวลาที่เรามีเหมือนกัน
    อย่าทำให้มันต้องควบคุมเราให้ทุรนทุรายราวกับง่าเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
     หรืออย่าทำให้เวลาเหมือนกันเลือนหายไปในเวลาที่เราต้องเผชิญกับอะไรซักอย่างที่เราอาจจะตั้งตารอหรือไม่อยากให้ถึงเวลาก็ตามที
     
    มีความสุขในทุกวัน  วันละเล็กละน้อยก็ยังดีนะคะ
    เวลาที่เรามีอย่างน้อยก็ต้องมีช่วงเวลายิ้มได้ของเรา
    อย่ามัวแต่ท้อจนคิดแต่ว่า
    ทำไมเราโชคร้ายอย่างนี้  อย่าลืมว่าเมื่อวานนี้คุณก็ยังยิ้มอยู่นะคะ
     
    เวลามีคุณค่ากับเราเสมอ........อย่างน้อยก็เป็นเพราะเวลา
    ที่ทำให้เรารู้ว่าคนบางคนมีค่ากับเราแค่ไหน
    April 17

    เงียบๆจัง....เวลานี้

     
    ผ่านสงกรานต์กันมาแล้วด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไป...
    ใครที่มีความสุข สนุกสนานกันมา.....ก็อยากบอกว่าดีใจด้วยค่ะ
    แต่ใครที่สงกรานต์ผ่านมาด้วยความเหงา เศร้า ซึม
    .........ก็ไม่เป็นไร  เทศกาลก็แค่วันสมมติขึ้นมาวันหนึ่ง.........
    ข้อสำคัญที่สุดคือ......อย่างน้อยเราก็ยังอยู่ อยู่เพื่อพบเจอคืนวันเทศกาลเหล่านี้
    เห็นไหมคะ....ว่าดีซักแค่ไหน
    ------------------------------------------------------------------------------
    วันสงกรานต์ที่ผ่านมาของปุ๊กก็ไม่มีอะไรมากมาย
    ได้ไปสุพรรณมาวันนึง.............ไหว้โกศก๊งกับย่า
    อีกวันถัดมาได้ไปหาเพื่อนด้วยความบังเอิญ
    บังเอิญว่าพี่พาไปเลี้ยงเตี๋ยวแล้วแวะเข้าซอยบ้านมันพอดี
    ก็เลยแวะเข้าไปหา.......พวกพี่ๆก็มารอปุ๊ก
    มันก็หน้าเสียนิดนึง(ก็พี่ปุ๊กน่ะเป็นผู้ชายหมดนี่)
    มันเยบอกว่าเดี๋ยวมันไปส่งเอง..ให้พี่กลับไปก่อนเถอะ
    แค่นั้นไม่พอจะหยิบไอติมมาเลี้ยงพวกเขา
    เกรงใจแม่มันมากๆเลยไม่เอาดีกว่าของซื้อของขาย
    ก็ให้พี่ๆกลับกันไป........แล้วเราเลยไปนั่งรอมันที่อนามัย
    ซักพัก เบียร์มันก็มาพร้อมกะแตงโมแล้วก็น้ำส้ม
    (มาบ้านมันทีไรไม่เคยขาดแคลนของกินเลยจริงๆ เบียร์มันเป็นเพื่อนที่น่าร๊ากๆๆๆๆๆๆๆแต่ปากเสียไปหน่อยบางที)
    เราก็เลยสบายเลย นั่งกินไปคุยไป ไม่เคยคิดว่าจะนั่งคุยกะมันได้นานๆ
    ปรากฏว่าวันนั้น จาก10 โมงกว่าๆถึงเที่ยง
    มันเลยขับรถพากลับบ้าน
    พากลับมาแล้วส่งเลยพอว่า มันดันขับพาไปบ้านเพื่อนคนอื่นๆ
    ไปแล้วก็ไม่ได้เจอเขากัน
    แล้วมันก็พาวนรอบอำเภอ ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากเปียกน้ำ
    เศร้าเลย  เราก็เออเพื่อเพื่อนไปไหนไปกัน  วนซะรอบกว่าๆ
    เปียกมาหน่อยเดียว  แล้วมันก็มาส่งที่หน้าบ้านแล้วก็กลับไป
     
    เพื่อนคนนี้อ่ะมีอะไรแปลกๆมากเลยที่ชวนให้ขำ
    อย่างตอนก่อนที่มีเรื่องการดูผลคะแนนโอเน็ตเอเน็ต
    มันจะมาที่บ้านปุ๊กบ่อย
    ด้วยความที่เป็นผู้ชายที่ดี  เวลาเบียร์มาบ้านปุ๊กทีก็จะทำเป็นกะเทยที
    ตุ้งติ้งนิดๆ น่าเตะ  เราก็ขำซะ
    เหตุผลที่มันทำอย่างนั้นเพราะว่า  มันรู้ว่าปุ๊กอยู่บ้านคนเดียว
    แล้วไม่เหมาะที่ผู้ชายจะมาบ้าน
    มันกลัวคนอื่นนินทาปุ๊กน่ะว่าง่ายๆ
    แต่ปุ๊กก็เฉยๆนะ ก็บอกมันไปไม่เป็นไรหรอก
    มันก็ยังแคร์อยู่
    กลับมาคราวนี้ได้เจอกันจริงๆ มันก็ไม่เปลี่ยนไปเลย
    แต่หัวมันดิเซิงมากขอบอก
    --------------------------------------------------------------------
    ดีใจนะที่คราวนี้ได้เจอกันอีก อยู่ที่โน่นเวลาเหงาๆ
    ปุ๊กก็ได้คิดถึงเวลาเก่าๆของห้องเรานี่ล่ะ
    คิดถึงเพื่อนๆที่บางไทรคอนแวนต์ทุกคนนะ
     
     
    April 12

    จากคนที่คิดถึง.........

     
    มีพื่อนคนนึงส่งมาให้ปุ๊กอ่าน 
                   อ่านแล้วรู้สึกว่ามัน.........โดนใจจริงๆ
     
     
    ในขณะที่เราคิดถึง คน ๆ นึง...........ตลอดเวลา
    เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้

    และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา ..................โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน 
    บาง ครั้ง.......... การได้ฝันไปคนเดียว
    มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า
    .........สิ่งที่เราคิดทั้งหมด.........
     มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว

    ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วน
    ใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน
    มากกว่าการได้รับรู้ความจริง 

    การไม่ได้เป็น ที่ 1 ในใจเค้า
    ..ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...
    เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดี
    กว่าเป็นที่ 3 ที่ 4...
    และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า...
    ก็ขอให้คิดไว้ว่า
    "ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย  "
     
    แต่โปรดจำไว้ เถอะว่า
    หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
    พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า

    .......ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว ...........
    โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้...


    ก็จงชอบต่อไปเถอะ
    การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม
    "การตัดใจ"ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
    ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า

    ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า
    กับความทุกข์ยามที่คุณ
    ต้องคอยหลบตาเค้า

    อันไหนมันหนักหนากว่ากัน 

     
    อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...
    อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...
    อย่าโทษโชคชะตาที่ ทำให้เราพบกัน
     

    แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน
     
    แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง
    ที่อย่างน้อย................. ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
    แต่ก็ยังได้ พบ...

     
    ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา
    แต่ก็ยังได้รับ หัวใจของเราไป...

     
    ยิ้มให้กับโชคชะตา 
    ที่ยังทำให้เรา... ได้รู้จักกัน
     
    คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง
    คุณได้เจอคนที่คุณ   อยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว

     
    คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง...
    คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย...

     
     
    คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า
    ก็สามารถเปลี่ยน วันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส
    เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?
     
    แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
    ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคน
    ที่เค้ารักมากที่สุด

    ...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ 

    .......................................................................................

    ความสุขของเราสร้างขึ้นมาได้จริงๆนะ

                  ถ้าความสุขของเราเป็นเพียงแค่การได้เห็นคนที่เรารักมีความสุขบ้างก้อพอ

                                                             คิดถึงทุกคนนะ

    April 11

    ~~ขับรถมอ'ไซค์....ตาก~~

     
    ฝนๆๆๆๆ  ฝนตก ชุ่มฉ่ำ ฟ้าแลบ แปลบปลาบ แถมฟ้าร้องอีกตะหาก
    วันนี้ขับรถไปส่งเล็กกลับเรือ
    แล้วกะจะไปซื้อของที่ตลาดนัดไม้ตรา...
    ขับออกมาจากไตรราชไม่เท่าไหร่   ฝนเริ่มตก แหมะ ๆ ๆ ๆ
    ก็ขับต่อไปเรื่อยๆ  พอถึงปากทางออกไม้ตราเท่านั้นล่ะ
    จ้ากๆๆๆๆเลย  ฝนตกแรงมาก ลมก็พัดแรงดีจัง
    นั่งหลบฝนในศาลาริมทาง ไปเกือบชั่วโมงครึ่ง
    พอลมเริ่มซา ก็เลยเสี่ยงขับรถออกมา
    ตากฝน ตากลม หน๊าวหนาว
    แต่ไม่รู้เป็นไร  เวลาตากฝนตากลมอย่างนี้
    รู้สึกโล่งดี  มีน้ำฝนตกมาล้างหน้า น้ำฝนตกมาเข้าปาก  หวานดีเหมือนกัน
    เหมือนได้อยู่ในโลกอีกโลกนึง
    มีแต่เรา...มีธรรมชาติ  ถนนก็โล่ง
    แต่มันก็หนาวจับใจเลย (^-^)
    ได้ปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองไปกับสายฝนไม่เท่าไหร่
    ตอนนี้รู้สึกกำลังจะไม่สบายจากพิษฝนซะแล้วสิคะ
    ม่ายไหวแล้วอ่ะ  เด๋วไปกินยานอนแล้วดีกว่า
    เพราะฟ้าเริ่มร้องอีกแล้ว อิอิ
    April 10

    ~~สงกรานต์ๆ~~

    ใกล้เข้ามาอีกแล้วสินะ...กับวันสงกรานต์

    หลายคนคงได้ไปเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน ไปกันเป็นครอบครัว หรือคนพิเศษ

    ยินดีด้วยนะคะ  แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามแต่  อย่าลืมว่า

    ตั้งสติตลอดเวลาด้วยนะคะ  เพื่อการฉลองสงกรานต์อย่างสนุก และเลิกการฉลองอย่างมีความสุขด้วย

    ...................................................................................................................

     

    ตอนนี้ปุ๊กก็กำลังฟังเพลงนี้อยู่

    คนบางคนเข้ามาในชีวิตเรา

    ไม่ทิ้งไว้นานแต่รอช้า

    ไม่นานก็โดนเวลา...ลบไป

    แต่ว่าคนบางคนเข้ามาไม่นานเท่าไหร่

    ทำไมยังจำยังเก็บไว้......ไม่ว่ายังไงไม่อาจลืมเธอ************

     

    เพราะนะชอบมากๆเลยอ่ะ  เนื้อหาก็ตรงมากๆ

    วันๆเราเจอคนตั้งหลายคน  ผ่านเข้ามา แล้วก็จากไป

    บางครั้งใครบางคนนั้นได้ทิ้งภาพความทรงจำดีๆไว้กับใจ

    .....แต่ในที่สุดก็จะเลือนหายไป..........

    ในขณะเดียวกัน  สิ่งที่ตรงกันข้ามที่มีอยู่เสมอ

     

    ก็คือ......การจำ

    จำใครบางคนที่เข้ามา....มีบทบาทอยู่ในชีวิตเราช่วงเวลาหนึ่ง

    ถึงแม้เขาจะจากไป.......แต่เราก็ยังจำได้เสมอ

    ภาพความทรงจำเหล่านั้น จะแทรกเข้ามา

    เวลาที่เราเหงาใจ.....ต้องการไหล่ให้พึ่งพิงจากเขาคนนั้นอีกซักครั้งนึง

    แต่มันก็จะไม่หวนย้อนมา 

    ---------------------------------------------------------------------------------

    บางครั้ง อดีต ก็เป็นสิ่งที่ดีที่เราได้มีโอกาสนั่งคิดถึงมัน

    .............ในวันที่เราไม่มีใคร ในวันที่เราเหงาๆ หรือแม้แต่ในวันที่เราต้องการกำลังใจ

    อดีต ก็เป็นสิ่งที่สร้างรอยยิ้ม กำลังใจให้เราได้เสมอ

    ถ้าเราค้นเข้าไปเจอกับความทรงจำที่ดีเหล่านั้น

     

    แต่ถ้าเราต้องคิดถึงอดีต แล้วต้องมานั่งเศร้า

    เรายังสมควรคิดถึงมันอีกไหม ???

    เป็นคำถามที่คาใจตลอดมา

    แต่ก็ไม่รู้ทำไมว่า.....ปุ๊กยังต้องเหม่อเสมอ

    เพื่อคิดถึงวันเหล่านั้น คิดถึงไหล่ที่ให้พิง ให้ซับน้ำตา

    คิดถึงคนที่คอยมานั่งข้างๆ  ในวันที่อ่อนล้า  หรือว่าเอามือมากันเราไว้ข้างหลังเขา

    เวลาที่มีปัญหา หรือเจอลม เจอฝน.........

    ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะคะ

    ที่เราต้องสละเวลา  มานั่งคิดเรื่องเก่าๆเหล่านี้

    ทั้งๆที่ หลายๆคนได้บอกไว้ว่า.....เราควรมีชีวิตอยู่เพื่อวันข้างหน้า

    แต่เอาเข้าจริงๆ  เราหลายคนก็มีความสุขกับเวลา

    ....ที่ได้มาคิดถึงเรื่องในอดีต กันทุกคน

    ..............................................................................................................

    ถ้าวันใดที่คุณอยากคิดถึงอดีต อันน่าจดจำ

    ลองสร้างมันในเวลานี้ กับช่วงเวลาดีๆในชีวิตคุณ

    สร้างมันกับครอบครัวของคุณ ...พ่อ..แม่..พี่..น้อง.....หรือแม้แต่กับคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย

    สร้างมันกับคนใกล้ตัวของคุณ  เพื่อนๆ หรือแม้แต่ คนสำคัญของคุณ

    ถ้าวันหนึ่งข้างหน้า..................

    เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมา  ความทรงจำที่คุณมี

    จะยังรักษาความรู้สึกของคุณได้..........แม้เป็นเพียงการหลอกตัวเอง

     

     

     

    April 09

    เฮ้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โล่งอกจ้า.......

     
    ไม่ได้อัพซะตั้งหลายวันเลย        คิดถึงสเปซมากๆ
    เข้ามาทุกวันนะ  แต่ว่ามันเข้ามาแก้ไขไม่ได้
    เน็ตช้ามากๆ  พาให้ปุ๊กช้าลงตามไปซะแล้ว
    .............................................................
    วันนี้  วันที่ 9 เมษายน
    เป็นวันที่น่าตื่นเต้นมากๆๆๆๆ
    เพราะ เล็ก พี่ชายปุ๊กไปเกณฑ์ทหารมา
    ปรากฏว่า  100 คน รวมทั้งเล็ก
    ทบ.ผลัด 1 ..........
    ไม่ได้...คิคิ อะไรก็ไม่ได้
    เพราะไม่ต้องจับ  คนสมัครเข้าไปเต็มแล้ว
    รอดตัวไป  แต่ปุ๊กเสียดาย
    อยากให้เล็กได้ ทอ. หรือ ทร. มั่งอ่ะ
    เผื่อได้ไปหา ที่ศูนย์ฝึก
    อยากเห็นหน้าผู้ฝึกว่าจะน่ารักแค่ไหน  คิคิ
    ล้อเล่นนะ เรื่องจริงก็คือ มันไม่ติดน่ะดีแล้ว
    จะได้คอยจ่ายตังค์ค่าโทรศัพท์ให้ปุ๊กทุกเดือน (^^)
    ........................................................
    สายลม สายฝน(ปรอยๆ)ที่ผ่านไปสองวัน
    พาความชุ่มฉ่ำมาให้ได้มั่ง
    ไม่รู้เป็นไง  พอเจอลมแรงๆทีไร
    เหมือนได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานทุกที
    ..ชอบสายลมจริงๆเลยชีวิตนี้....
    เมื่อชอบก็ได้เล่นเลยคราวนี้
    ขับรถมอ'ไซค์กลับบ้าน
    ฝ่าลมฝ่าฝนกลับมา  ตัวเย็นเฉียบเลย
    มือแข็งเลยอ่ะ
    สนุกดีเหมือนกัน  หายเครียดไปโข
    ......................................................
    วันนี้ เพื่อนเรา (สัมมนากลุ่มสัมพันธ์)
    คุณต้น (พงษ์) ก็ได้เข้าศึกษาธรรมะแล้ว
    ขออนุโมทนาด้วยนะคะ
    เชื่อว่าคุณ ทำได้จริงจัง....
     
    ............................................
    วันนี้ก้อหมดเรื่องโม้แล้ว
    เด๋ววันอื่นจะเข้ามาประกาศชีวิตให้ทุกคนทราบอีกนะคะ
     
    ใครเข้ามาอ่านขอให้ฝันดี มีความสุข คิคิ
     
     
     
     
    April 06

    วันนี้ ...

     
    ............ร้อนๆๆๆ......
    นอนดึกตื่นซะเกือบ 7 โมงเช้าเลยวันนี้
    แต่ก็ไม่มีอะไร....ไปเรือเหมือนเดิม
    พอไปถึง.....ก็เห็นแม่กะเล็ก ลงไปทำท้องเรือกันแล้ว
    แดดค่อยๆแรงขึ้นเรื่อยๆ
    ..........แม่ก็ยังทำ เล็กก็ยังอยู่
    เล็กก็ทำไปเรื่อยๆ....
    แต่แม่อ่ะ...เป็นผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้
    .........เก่งมากๆเลย........
    แม่ปุ๊กทำงานเก่งมาก
    อดทนมากๆ............
    ทั้งๆที่บางทีปุ๊กยังเหนื่อยแทนเลย
    แต่แม่ก็ไหว...............
    --------------------------------------------------------
    ตอนเด็กๆเคยไม่เข้าใจแม่
    เพราะแม่ชอบตี ชอบว่าปุ๊กเสมอ
    โตขึ้นมาหน่อย ตอนอยู่มัธยม
    เคยโกรธ.....จนไม่คุยกับแม่ไปประมาณ 3 เดือน
    ช่วงนั้นแม่ถามมายาวเหยียด........ปุ๊กก็ตอบไปหน่อยเดียว
    ..........ทำตัวแย่มากๆ..........
    จนวันนึงไปโรงเรียน  แล้วไม่รู้เป็นอะไร
    คิดขึ้นมาว่า  ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีแม่แล้วจะเป็นยังไง
     
    ถ้ายังโกรธกับแม่อยู่อย่างนี้   แล้วจะมีโอกาสขอโทษแม่ตอนไหน
    วันนั้นกลับไปเสร็จ  คุยกับแม่ยาวเลย
    เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้มห้แม่ฟังเรื่อยๆ
    แม่ค่อยๆยิ้มออกมา  น้ำตาแม่มาคลอๆยังไงก็ไม่รู้
    แล้วแม่พูดขึ้นมาว่า เอ็งไม่ได้พูดกับแม่อย่างนี้มานานแล้วนะ
    แค่นั้นล่ะค่ะ  ตื้อขึ้นมาเลย
    ตัดสินใจได้ว่าจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว
     
    แล้วแม่ก้อเปลี่ยนไปด้วยนะคะ
    ดูเหมือนว่าเราเข้าใจกันดีกว่าเก่า
    --------------------------------------------------------------
    ยิ่งได้ไปอยู่ไกลๆ ยิ่งรู้ตัวว่ารักแม่มากแค่ไหน
    วันไปสอบสัมภาษณ์ที่ มน.
    แม่ไปส่ง  แล้วก้อต้องพาปุ๊กกลับทั้งๆที่มันดึกมากแล้ว
    แต่แม่ก็ตามใจ
    นั่งรถไปดูรถทัวร์.........แลวก็เสี่ยงกลับกันมา
    วันใกล้เปิดเทอม.........
    แม่ก็ยังมาด้วย
    ทั้งๆที่วันนั้นก็ทำงานเหนื่อย  มาถึงตอนตี 5 นั่งรถเข้ามาที่มอ
    แม่จองห้องพักไว้ให้สองคืน ........
    แม่รอปุ๊กแต่งตัวเสร็จแล้วออกไปที่มอ..........
    ปุ๊กหันหลังมาก็เห็นว่าแม่ยืนมองอยู่ที่หน้าต่าง..แม่ยิ้มให้
    แล้วแม่ก็นั่งรถกลับวันนั้นเลย.....ไม่ได้พัก
     
    และก็ได้รู้ว่าเล็กไม่เคยลืมปุ๊กเลยซักครั้ง
    เล็กนั่งคุยกับปุ๊กเกือบทุกวัน....วันละชั่วโมง สองชั่วโมง
    ในวันแรกๆของการไปอยู่ที่ใหม่
    เล็กพยายามคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไม่ให้ปุ๊กเหงา
    ร้องเพลงให้ฟัง..............
    วันนี้เล็กก็ยังเหมือนเดิม
    ยังดูแลปุ๊กเหมือนเดิมเสมอ
    --------------------------------------------------
    วันนี้ แม่ยังมีแรงทำงานหนัก
    เล็กยังอยู่ที่ตรงนั้น.......
     
    ถ้าวันนึงคนที่คุณรัก เขาทำอะไรที่ผิดพลั้งไป
    คุณพร้อมจะเปิดใจให้เขาไหม ????????????
    เพราะว่าวันพรุ่งนี้เราอาจไม่ได้พบเจอกันอีกก้อได้
     
    รักแม่ เล็ก แล้วก้อ พ่อนะ
     
    April 05

    เพื่อนของเรา.......ชื่อความเหงา

    เมื่อใดที่หัวใจนั้นอ่อนล้า คือเวลาที่เรานั้นอ่อนไหว
    กอดตัวเองไม่มีใคร ไม่เห็นเป็นไรแค่นี้
    ไม่ว่าเราจะพบอะไร จะเจอกับวันที่ร้ายรึดี
    ใจก็ยังคงพร้อมจะมีความเหงาเป็นเพื่อน.....เคียงไป
    บนทางเดินที่เราเคยหกล้ม ทำให้ใครบางคนนั้นหล่นหาย
    ฝากรอยแผลไว้ข้างใจ ทิ้งให้เราจดจำ
    มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพร่ำ
    วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป
    ไม่รู้ ไม่รู้ต้องเดินไปถึงเมื่อไหร่ เหงา ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไม

    อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา
    แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ

    มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพร่ำ
    วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป
    กอดความเหงาไว้กับใจ

    อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา
    แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ

    อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา
    แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ
    .....................................................................
    อาจเป็นเพราะโลกที่มันกว้างไป
    ใจ....ก็เลยเหงาๆ
     
    ทำไมเราถึงต้องจำกับความเจ็บปวดต่อไปด้วยล่ะ
     
    ถึงจะเหงาเท่าไหร่
    แต่ความเหงาก็ไม่เคยทิ้งเราไปเลยซักครั้ง
    แม้บางที มันจะทำให้เราต้องร้องไห้ก็ตาม
     
    พยายามรับเอาความเหงามมาเป็นเพื่อนให้ได้นะ
    พยายาม .........  ปุ๊กก็จะย้ำคำนี้ไว้เสมอ
    เมื่อไหร่ จะมีใครซักคนมาแบ่งปันความเหงากับเราบ้างนะ
    เหนื่อย........แต่ต้องทน
     
    ไม่ว่าจะยังไง    เพื่อนของเราก็ชื่อความเหงาเสมอ
    April 04

    เดินตามรอยเท้า.......พ่อ

    พระราชนิพนธ์
    ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
    สยามบรมราชกุมารี
     
    ฉันเดินตามรอยเท้าอันรวดเร็วของพ่อโดยไม่หยุด
    ผ่านเข้าไปในป่าใหญ่ น่ากลัว ทึบ
    แผ่ไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด มืด และกว้าง
    มีต้นไม้ใหญ่เหมือนหอคอยที่เข้มแข็ง
     
    พ่อจ๋า...ลูกหิวจะตายอยู่แล้วและเหนื่อยด้วย
    ดูซิจ๊ะ...เลือดไหลออกมาจากเท้าทั้งสองที่บาดเจ็บของลูก
    ลูกกลัวงู เสือ และหมาป่า
    พ่อจ๋า...เราจะถึงจุดหมายปลายทางไหม ?...
     
    พ่อเห็นแล้วว่า หนามตำเนื้ออ่อนๆของเจ้า
    เลือดของเจ้า เปรียบดั่งทับทิมบนใบหญ้าใกล้น้ำ
    น้ำตาของเจ้า ที่ไหลต้องพุ่มไม้สีเขียว
    เปรียบดั่งเพรชมรกต ที่แสดงความงามเต็มที่
     
    ลูกเอ๋ย...ในโลกนี้ไม่มีที่ใดหรอกที่รื่นรมย์
    และความสบายสำหรับเจ้า
    ทางของเรามิได้ปลูกด้วยดอกไม้สวยๆ
    จงไปเถิด  แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่บีบคั้นหัวใจเจ้า
     
    เพื่อมนุษยชาติ จงอย่าละความกล้า
    เมื่อเผชิญกับความทุกข์  ให้อดทนและสุขุม
    และจงมีความสุข  ที่ได้ยึดอุดมการณ์ที่มีค่า
    ไปเถิด.....
    ถ้าเจ้าต้องการ
    เดินตามรอยเท้าพ่อ....
    April 03

    ใจประสานใจ

    แม้จะขัดแย้งทางความคิด
    เราก็ยังเป็นมิตรกันอยู่ได้
    ด้วยเมตตาอาทรและห่วงใย
    ใส่ใจ ยอมรับ กันและกัน
    -----------------------------------
    ถึงสังคมสมมติว่าอย่างไร
    เป็นผู้ใหญ่เป็นเด็กเป็นเธอฉัน
    เป็นพ่อแม่ เป็นลูกที่ผูกพัน
    ก็รักมั่นได้ด้วยใจที่ศรัทธา
         
                       พลอยฟ้า
    *********************
     
    วันนี้ก็ไม่มีอะไรค่ะ
    เอาบทกลอนมาฝากกันไว้
    สบายๆ ชิลๆ
     
     
     
    April 02

    Forget me not!!!!

    เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา
    โลมาตัวนึงได้เดินทางไปที่บางมด......
    ...เป็นการไปโดยที่ไม่เคยรู้ทิศทางมาก่อน......
    แต่ได้ข้อมูลการเดินทางจากพี่คนนึง
    ...พี่นาถ...
    ได้บอกเส้นทางเดินทางไว้ให้
    แล้วโลมาก้อได้ไปถึง
    ...................................
    คงแปลกใจว่าโลมาจะไปทำอะไรที่บางมด
    พอดีว่าช่วงนั้นมีการสัมมนา
    สภานิสิต-นักศึกษาสัมพันธ์
    ในวันที่ 22-26  มีนาคม
    โลมาอยากไป
    เลยขอพี่ไป....................
    .................................................................
    อยากจะบอกว่าการไปครั้งนี้
    ไปโดยไม่ได้รู้กำหนดการณือะไรไปก่อนเลย
    เพราะคุณพี่ที่ มน. ไม่ส่งมาให้ซักที
    ก้อเลยตัดสินใจ
    ไปในวันที่ 22 เสียเลย
    โดยมีพี่ชายไปส่ง
    ....เล็ก...
    วันที่ 22  มีนาคม น่ะ 
    ก้อเป็นวันเกิดของเล็กด้วย
    เล็กกลัวปุ๊กไปไม่ถูกเล็กเลยตัดสินใจนั่งรถมาส่ง
    แล้วเล็กก้อปวดคอ
    แต่ก้อยังมาส่งปุ๊กถึงรถแดงที่จะพาเข้า มจธ.
    นี่แหละ เล็ก พี่ชายของ ปุ๊ก
    ที่ไม่เคยทิ้งกันเลย
    ----------------------------------------------------------------------------
    พอเข้าไปถึงบางมด
    ก้อได้รับการช่วยเหลือ ดูแลเป็นอย่างดี
    หายเหงาเลยที่ต้องเดินทางไปคนเดียวก่อน
    Staff  หลายๆคนที่น่ารักมากๆ
    คอยมาพูดคุย ไม่ให้เหงา
    ทั้งพี่ใหม่ ฟ้า หญิง โอ พี่ไกด์ พี่แบ็งค์ พี่ซะนะ
    ------------------------------------------------------
    นอกจาก Staff ทั้งหลายแล้ว
    ยังมีพี่ๆจาก มหา'ลัยอื่นๆอีก
    ที่น่ารัก
    *************************
    อยากบอกว่า 4 วัน 3 คืนที่ผ่านไป
    มีเรื่องน่าจดจำมากมายเลยค่ะ
    ......ไม่ยากให้ทุกคนลืม โลมา(ปุ๊ก) ลืมบี ลืมพี่ๆ......
    เราคงได้เจอกันอีกนะคะ
    *****************************************
    ปล. บัดเดอร์  พี่บอย มจธ. ห้ามลืม น้องปุ๊กนะคะ
    บัดดี้ก้อเหมือนกันนะคะ พี่มาร์ช มฟล.
    คิดถึงทุกๆคนนะคะ
    February 23

    "ไม่หนักแน่นพอ"

     

    "ไม่หนักแน่นพอ"

    เราใส่นาฬิกามือซ้าย
    ที่ใส่มือซ้ายเพราะถนัดขวา
    ยกมือซ้ายขึ้นมาดูเวลาได้ง่าย
    แต่ถึงมีนาฬิกา เราก็ชอบไปสายอยู่ดี
    นาฬิกาก็แค่บอกเวลา ... ไม่ได้ทำให้เราไปเร็วขึ้น
    คิดดูแล้ว...หัวใจก็อยู่ทางซ้ายเหมือนกัน
    บางทีเราก็คิดนะ..ว่าอวัยวะในร่างกายที่มี2ชิ้น
    จะอยู่ซ้าย-ขวาอย่าง
    แขน , ขา , ลูกกะตาทำนองนั้น...
    แล้วที่มีชิ้นเดียว ... ก็แสดงความโดดของมัน
    อย่างจมูก , สะดือก็อยู่ตรงกลาง ... ประมาณนั้น
    แล้วทำไม...หัวใจถึงเอียงซ้ายล่ะ??
    บางทีเราก็คิดว่า ... ที่เป็นงั้น
    ก็เพราะใครบางคน ... อยากเตือนให้เรารู้ว่า.........
    หัวใจเราไม่หนักแน่นพอจะอยู่ตรงกลาง
    แล้วก็ไม่มีมากพอจะแบ่งเป็นสองด้วยเหมือนกัน
    February 20

    ...ริบบิ้นสีฟ้า...

    ...ริบบิ้นสีฟ้า...
     
    ครูคนหนึ่งที่นิวยอร์คตกลงใจจะแสดงความชื่นชมนักเรียนไฮสคูล ชั้นปีสุดท้ายที่เธอสอน
    ด้วยการบอกเขาเหล่านั้นว่า 
    แต่ละคนมีคุณค่าพิเศษต่างจากคนอื่นอย่างไรบ้าง
    เธอเรียกนักเรียนทุกคนไปหน้าชั้นทีละคน 

    แรกสุดเธอบอกแต่ละคนว่า...
    พวกเขามีคุณค่าเพียงใด
    ทั้งต่อตัวครูและต่อเพื่อนร่วมห้อง

    จากนั้นเธอก็มอบริบบิ้นสีฟ้าพิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีทองเป็นของขวัญให้
    ข้อความบนริบบิ้นมีว่า...
    "ฉันเป็นคนมีคุณค่า"
    จากนั้นครูให้นักเรียนทำงานกลุ่มของชั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
    ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อดูว่าการแสดงความชื่นชมยกย่องผู้อื่นส่งผลอย่างไรต่อคนในชุมชน

    เธอมอบริบบิ้นแก่นักเรียนคนละสามเส้น
    ให้นักเรียนเผยแพร่การรับรู้และชื่นชมคุณค่าผู้อื่นในวงกว้างออกไป
    จากนั้นนักเรียนจะต้องติดตามผลและ ดูว่าใครยกย่องใครบ้าง
    แล้วนำกลับมารายงานในห้องภายในหนึ่งสัปดาห์

    นักเรียนชายคนหนึ่งเข้าพบผู้บริหารระดับรองที่ทำงานในบริษัทใกล้ๆ
    เพื่อยกย่องที่ชายผู้นี้เคยช่วยเขาวางแผนอาชีพในอนาคต
    แล้วมอบริบบิ้น ติดให้บนเสื้อเชิ้ต
    จากนั้นก็มอบริบบิ้นอีกสองเส้นที่เหลือพร้อมกับกล่าวว่า....
    ผมอยากขอให้คุณช่วยหาใครสักคนที่คุณต้องการยกย่อง
    แล้วให้ริบบิ้นเขา ส่วนอีกเส้นก็ให้เขาไว้สำหรับมอบให้คนต่อไป
    เผยแพร่การยกย่องชื่นชมนี้ให้กระจายต่อไป
    แล้วช่วยกลับมาบอกผมด้วยครับว่าผลเป็นยังไงบ้าง"
    ต่อมาในวันเดียวกัน
    ผู้บริหารท่านนี้เเข้าพบเจ้านายเขา
    ซึ่งเป็นคนที่ใครๆ รู้กันดีว่าเกรี้ยวกราด อารมณ์ร้าย
    เขานั่งลงคุยกับเจ้านาย บอกเจ้านายว่า...
    ลึกๆ
    เขายกย่องชื่นชมเจ้านาย
    ว่าเป็นผู้มีหัวคิดสร้างสรรค์ระดับอัจฉริยะ

    ดูเหมือนเจ้านายเขาจะประหลาดใจอย่างยิ่ง
    เขาถามเจ้านายว่าจะยินดีรับริบบิ้นสีฟ้าเป็นของขวัญแสดงความชื่นชม
    และอนุญาตให้เขาติดริบบิ้นให้ได้หรือไม่
    เจ้านายผู้ประหลาดใจตอบว่า
    ได้ 

    เขาจึงติดริบบิ้นสีฟ้าเส้นนั้นบนปกเสื้อนอก บริเวณเหนือหัวใจ
    เขามอบริบบิ้นเส้นสุดท้ายแก่เจ้านาย เขาบอกเจ้านายว่า...
    ช่วยอะไรผมสักอย่างได้ไหมครับ
    ผมอยากให้เจ้านายช่วยส่งต่อริบบิ้นเส้นสุดท้ายนี้
    ด้วยการยกย่องชื่นชมใครสักคน
    พ่อหนุ่มที่ให้ริบบิ้นผมมาเป็นคนแรก
    กำลังทำงานกลุ่มของชั้นอยู่
    เขาอยากให้ช่วยกระจายการยกย่องชื่นชมนี้ให้เผยแพร่ในวงกว้างออกไป
    แล้วดูว่าการทำแบบนี้ส่งผลต่อใครๆ ยังไงบ้าง 


    >>>>
    ค่ำวันนั้น ชายผู้เป็นเจ้านายกลับบ้านไปหาลูกชายวัยรุ่นอายุสิบสี่
    เขาเรียกลูกชายให้นั่งลง แล้วกล่าวว่า
    วันนี้เกิดเรื่องเหลือเชื่อที่สุดกับพ่อ ตอนอยู่ห้องทำงาน
    ลูกน้องคนหนึ่ง
    เข้ามาบอกว่าเขาชื่นชมพ่อ
    แล้วให้ริบบิ้นเส้นหนึ่งเป็นการยกย่องว่าพ่อเป็นอัจริยะ
    เรื่องความมีหัวคิดสร้างสรรค์

    ลองนึกดูเขาคิดว่าพ่อมีหัวคิดสร้างสรรค์เข้าขั้นอัจฉริยะเชียวนะ
    แล้วเขาก็เอาริบบิ้นเส้นนี้ที่เขียนว่าฉันเป็นคนมีคุณค่า
    ติดให้บนปกเสื้อนอกตรงหัวใจนี่แล้วยังให้ริบบิ้นพ่อมาอีกเส้น
    ให้พ่อมองหาใครสักคนที่จะยกย่องชื่นชมต่อ...
    ระหว่างที่พ่อ ขับรถกลับบ้าน ก็คิดว่าริบบิ้นเส้นนี้จะให้ใครดี
    แล้วพ่อก็นึกถึงแก พ่ออยากชื่นชมแกนะ วันๆ พ่อทำงานยุ่งเหยิงมาก
    พอกลับมาบ้านก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจแกสักเท่าไร 

    บางทียังอาละวาดอีก เรื่องแกเรียนได้เกรดไม่ดี เรื่องทำห้องนอนรก
    แต่ยังไงไม่รู้สิ
    วันนี้พ่อกลับอยากนั่งลงตรงนี้กับแก
    อยากบอกว่าแกมีค่ากับพ่อมากแค่ไหน
    นอกจากแม่แกแล้ว
    ก็มีแกนี่แหละที่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพ่อ
    แกเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมเลยแหละ แล้วพ่อก็รักแกนะ...
    เด็กหนุ่มผู้ตื่นตะลึงเริ่มสะอื้น... แล้วก็สะอื้น...
    เขาไม่อาจหยุดร้องไห้ ร่างสั่นเทาไปทั้งตัว
    เขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วกล่าวทั้งน้ำตา
    พ่อครับ เมื่อตอนเย็น ผมอยู่บนห้อง นั่งเขียนจดหมายถึงพ่อกับแม่
    เพื่ออธิบายว่าทำไมผมถึงฆ่าตัวตาย แล้วก็ขอให้พ่อยกโทษให้ผม
    ผมตั้งใจจะฆ่าตัวตายคืนนี้ตอนพ่อหลับ ผมคิดว่าพ่อไม่เคยแคร์ผมเลย
    จดหมายอยู่บนห้องครับ
    แต่ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องการมันแล้วล่ะ"
    พ่อของเด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนห้องพบจดหมายข้อความสะเทือนใจ
    บรรยายถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน
    จดหมายฉบับนั้นจ่าหน้าถึงพ่อกับแม่
    ชายผู้เป็นเจ้านายกลับไปที่ทำงานอย่างเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
    เขาเลิกเป็นคนขี้โมโหแต่จะพยายามทำทุกวิถีทาง
    เพื่อให้พนักงานใต้บังคับบัญชารู้ว่าพวกเขามีค่าอย่างไรบ้าง
    ส่วนชายผู้เป็นนักบริหารระดับรอง ก็ช่วยให้คำแนะนำเด็กหนุ่มอื่นๆ
    ต่อมาอีกหลายคน
    เรื่องการวางแผนอาชีพในอนาคต
    แล้วก็ไม่เคยลืมบอกเด็กเหล่านั้นว่า
    แต่ละคนมีคุณค่าต่อชีวิตเขา
    อย่างไรบ้าง

    หนึ่งในนั้นก็คือเด็กหนุ่มลูกชายเจ้านายเขา
    ส่วนเด็กหนุ่มกับเพื่อนร่วมชั้นก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่มีค่าเรื่องหนึ่งนั่นคือ
    เราต่างเป็นคนที่มีคุณค่า...ด้วยกันทั้งนั้น
    February 19

    วันแสนสนุก

              
              ย้อนอดีตไปถึงเมื่อวันวาน  ( วันที่  17  กุมภาพันธ์ ) หลังเทศกาลไหว้เจ้า  "ตรุษจีน"  ของชนเชื้อสายจีนทุกท่าน  ก็คงต้องขอตกยุคไปนิดนึงเพื่อการอัพสเปซวันนี้  ขอให้ทุกคนทุกท่าน  มั่ง  มี  ศรี  สุข  กันถ้วนหน้านะคะ  หลังจากวันไหว้ ในวันที่  17  กุมภาพันธ์  ที่ผ่านมาลูกหลานเชื้อสายจีนที่ มน.  หลายคนก็กลับไปบ้านเพื่อทำการเคารพบรรพบุรุษกันหลายคน  ควันหลงที่มหา'ลัยก็มีให้เห็นนะคะ  ตอนที่ปุ๊กออกมาทานข้าวเช้าก็ได้ยินเสียงประทัดกันหลายจุดเลย  รู้สึกอิจฉาขึ้นมาในหัวใจ  อยากกลับบ้านมากๆค่ะ  แต่ว่าคนบ้านไกลอ่ะนะก็เลยต้องเฝ้ารออยู่ที่มหาวิทยาลัยต่อไป  ป๊ะป๊า  มามี๊  ก็ม่ายโทรมาเลย (รู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้งไงก็ม่ายรุสิเนี่ย)  ปกติมามี๊ปุ๊กนะเวลาทำอะไรที่มามี๊รู้ว่าปุ๊กชอบทำ  หรือซื้ออะไรที่ปุ๊กชอบทานมาทาน มามี๊จะโทรมาแล้วบอกว่าซื้อนู่นซื้อนี่มาด้วยล่ะ  อร่อยมากๆเลย ที่โทรมาไม่ได้ยั่วธรรมดาแต่เพื่อบอกว่าดูแลตัวเองด้วยนะมามี๊เป็นห่วง  แต่ปีใหม่จีนทั้งทีกลับม่ายโทรมาเลย  สงสัยกลัวโดนขอแต๊ะเอียแน่เลย    ก็คงอดไปปีนี้
     
             แต่ก็อย่างว่าอ่ะนะ  ใช่ว่าปุ๊กจะไม่ได้ใกล้ชิดกับสิ่งของที่เกี่ยวกับเทศกาลไหว้เจ้าซะทีเดียว  มาห้องสภาฯทีไรเราก็ไม่ตกยุคแล้ว  เพราะว่าพี่ตั้มหอบของกินมาให้เพียบเลย  อิ่มมากๆ  เฮ้อ!!!มีประธานสภาคนนึงเนี่ยเหมือนมีโดราเอมอนเลย  เมื่อวานนี้  (วันที่  18  กุมภาพันธ์ )  ปุ๊กก็ได้ไปเที่ยวอย่างสนุกสนานด้วย  จากความเมตตาของประธานสภาที่กลัวว่าเด็กสภาจะเครียดจัด  เลยชวนไปดูหนังเรื่อง  สมเด็จพระนเรศวร  ตอนประกาศอิสรภาพ  ไปกัน 4 คน  สนุกมากๆๆ  มีพี่ตั้ม  พี่กุ้ง  พี่ซัน  หนูปุ๊ก  ได้ไปเที่ยวบ้านพี่กุ้งด้วย  ต้นกระท้อนใหญ่มั๊กมาก  สูงด้วยที่บ้านพี่กุ้ง  ปุ๊กนึกว่าเป็นต้นหูกวางซะอีก  ต้นไม้เยอะแยะไปหมดเลย  ร่มรื่นดีค่ะ  ไปจองตั๋วตอนบ่าน 2  โมง  ได้ตั๋วเที่ยว  6  โมง  10 มา  ก็เลยฆ่าเวลากันด้วยการทายโซบะกัน  เดินดูหนังสือ  ร้อง"เกะ   ดื่มกาแฟ  มีเรื่องเม้าส์จากร้านกาแฟ แกรนแคนยอนด้วยล่ะ  คือว่าปุ๊กกับพี่ๆ นั่งในร้านกันนานมาก  เพื่อรอเวลา  ก็ได้ยินเสียงรำพันจากน้องๆที่ทำงานในร้านว่า  เฮ้อ!!!เหนื่อยนะอย่าเข้ามาอีกเลย  แล้วที่น้องเขาพูดอ่ะ  พวกเราได้ยินกันหมดเลยนะคะ  พี่กุ้งเขาก็บอกว่ารู้สึกผิดจังที่เข้ามาทำให้น้องเขาเหนื่อย  ตอนที่คิดเงินนะคะ ม่ายรุว่าน้องเขาโกรธเปล่า บิลออกมานี่แพงมากก็ขอดูบิล  ปรากฏว่าคิดผิด  เศร้าจังเลย  แต่ก็เป็นประสบการณ์นึงที่น่าจดจำนะคะว่าครั้งนึงเราก็ทำให้น้องที่ทำงานเหนื่อยมากๆได้   ออกจากร้านแกรนฯแล้ว  เราก็ไปดูหนังกันได้เวลาเข้าพอดี  บรรยากาศในโรงหนังนี่พี่กุ้งบอกม่ายน่าเชื่อเลย  เพราะว่าปกติ  เมเจอร์ที่โลตัสไม่เคยเต็ม  แต่วันนั้นนี่คนเยอะเลย  ก็ตอนจองตั๋วมีป้าคนนึงจองไว้ตั้ง  20  ใบแน่ะ  อยากบอกว่า  นเรศวรภาคนี้หนุกมากๆค่ะ  เป็นหนังประวัติศาสตร์ที่ทำได้แบบน่าดูอ่ะ  ทำให้รู้สึกรักชาติ  แต่ก็ไม่ได้เป็นไปแบบเครียดๆเพราะทุกฉากมีการแทรกอารมณ์ขันไว้ได้เป็นอย่างดี  เพื่อนๆอย่าลืมไปดูกันนะคะ  ยิ่งเราเป็นคนไทยเหมือนกันด้วยอาจจะต่างเชื้อสาย  แต่ความเป็นไทก็ยังเป็นของเราทุกคนที่ยืนอยู่บนแผ่นดินแห่งนี้  ถ้าในอดีตไม่มีผู้นำที่เล็งเห็นความสำคัญของความเป็นไท  ในปัจจุบันนี้เราคงไม่เหลือความภาคภูมิใจใดๆแน่  รักกันไว้นะคะคนไทยทุกเชื้อสายที่อยู่ใต้ร่มพระบารมีแห่งพระมหากษัตริย์ไทย  ว้าเลือดรักชาติขึ้นมากไปหน่อย  ม่ายรุจะเล่าอะไรต่อละ  เอาเป็นว่าขอบคุณพี่ตั้มมากๆฮับที่กลัวน้องเฉาตายอยู่กับมอ.  ขอบคุณพี่ซัน  พี่กุ้งที่คุยกับน้องตลอดทาง  สำหรับเพื่อนๆที่สอบอยู่ก็สู้ๆนะคะ 
     
            
    February 17

    Valentine'S day

                 ผ่านมาแล้วกับวันวาเลนไทน์  หลายๆคนก็ชื่อใจกันเป้นแถว  ขอบอกว่าโลมาอิจฉามั๊กมากค่ะ  
    วาเลนไทน์ของโลมาก็เหมือนเดิม  พี่ชายปุ๊กก็ส่งข้อความาแต่เช้าเลยนะ  ไอ้เราอ่านไปก็ยิ้มไป 
    ที่เล็กส่งมาเป็นข้อความภาษาอังกฤษประมาณว่า ขอให้ได้เจอคนที่รักอย่างแท้จริง  มีความสุขมากๆนะ  รักเราด้วยล่ะ
    แต่ว่าหลังจากอ่านไปซักพัก  โทรศัพทืก็มีคนโทรเข้ามา จะเป็นใครไปได้ล่ะถ้าไม่ใช่พี่ชายที่แสนดี 
    คุณพี่เล็กเขาโทรมาเพื่อจะถามว่าข้อความแปลว่าอะไร  ไอ้เราก็แป่วๆๆๆ  โห!!เราก้นึกว่าเห็นใจน้องว่าไม่มีใคร
    ที่ไหนได้พี่ส้มส่งมาให้แล้วเอามาให้เราแปล  แต่อย่างว่าแหละ สุดท้ายก็เป็นเล็กที่โทรมาคุยด้วยตั้งกะเช้า ทำให้เรารู้สึกดีหน่อย
    เล็กนี่เป็นพี่ที่รู้ใจน้องคนนี้ตลอดมาเลย  วาเลนไทน์ ความรักของคนอื่นเป็นไงไม่รู้  แต่ของปุ๊กความรักที่ได้มาก็คือความรักจากเล็กที่ดูแลปุ๊กมาตลอดเลย  ถ้าไม่มีพี่ชายคนนี้ น้องสาว(ที่นิสัยไม่ดี)คนนี้ก็ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง  โชคดีนะที่นายเป็นพี่  เหงาๆทีไรก็คอยคุยไร้สาระด้วยเสมอวาเลนไทน์ ปีนี้ก็คง บอกรักพี่คนนี้ มากกว่าเดิมจากทุกปีนะ  ป๊ะป๊า  มามี๊  ก็รักเหมียนกัน  วาเลนไทน์วันแห่งครอบครัว
     
                   แต่ว่าไปแล้วนะปุ๊กก็ไม่เงียบเหงาซะทีเดียว  มาห้องสภาฯทีไรก็หานเหงาได้  พี่ตั้ม (ประธานสภาฯสุดน่ารัก )พาน้องคนนี้กับพี่กุ้งไปกินผัดไทซะน้ำหนักขึ้นเลย  แถมพอเข้ามาในห้องตอก็มีแต่พี่ๆรุมแกล้ง ม่ายช่ายแสดงความรักซะหนูอ่วมเลย  จี๊หนูเอารู้ก็รู้เขาบ้าจี้เป็นพักๆ  พี่ต่อทำซะปุ๊กบ้าเลย  พี่กล้า  พี่ตั้มอินเตอร์  พี่เอ๋  หนุกดีนะคะวาเลนไทน์ปีนี้
     
                   ถ้าเราไม่มองโลกเงียบเหงาจนเกินไปเราก็คงไม่ใช่คนที่เศร้าตลอดชีวิตหรอก  จริงไหมคะ  ปุ๊กยังอยากก้าวไปข้างหน้าเจอคนแปลกหน้าไปเรื่อยๆ  ซักวันความรักที่มาเติมเต็มส่วนที่ว่างเปล่าในใจเราก็คงเข้ามาอย่างแน่นอน  อาจต้องรอนานไปหน่อยแต่จะเป็นไรไปล่ะ  จริงไหมคะ  สู้ๆ  สู้ตายค่ะ