iLOMA's profile~~#@**อิสระ สายน้ำ สงครา...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
February 23 "ไม่หนักแน่นพอ""ไม่หนักแน่นพอ"เราใส่นาฬิกามือซ้าย
ที่ใส่มือซ้ายเพราะถนัดขวา ยกมือซ้ายขึ้นมาดูเวลาได้ง่าย แต่ถึงมีนาฬิกา เราก็ชอบไปสายอยู่ดี นาฬิกาก็แค่บอกเวลา ... ไม่ได้ทำให้เราไปเร็วขึ้น
คิดดูแล้ว...หัวใจก็อยู่ทางซ้ายเหมือนกัน
บางทีเราก็คิดนะ..ว่าอวัยวะในร่างกายที่มี2ชิ้น
จะอยู่ซ้าย-ขวาอย่าง แขน , ขา , ลูกกะตาทำนองนั้น... แล้วที่มีชิ้นเดียว ... ก็แสดงความโดดของมัน
อย่างจมูก , สะดือก็อยู่ตรงกลาง ... ประมาณนั้น แล้วทำไม...หัวใจถึงเอียงซ้ายล่ะ??
บางทีเราก็คิดว่า ... ที่เป็นงั้น
ก็เพราะใครบางคน ... อยากเตือนให้เรารู้ว่า......... หัวใจเราไม่หนักแน่นพอจะอยู่ตรงกลาง แล้วก็ไม่มีมากพอจะแบ่งเป็นสองด้วยเหมือนกัน February 20 ...ริบบิ้นสีฟ้า......ริบบิ้นสีฟ้า...
ครูคนหนึ่งที่นิวยอร์คตกลงใจจะแสดงความชื่นชมนักเรียนไฮสคูล ชั้นปีสุดท้ายที่เธอสอน
ด้วยการบอกเขาเหล่านั้นว่า แต่ละคนมีคุณค่าพิเศษต่างจากคนอื่นอย่างไรบ้าง เธอเรียกนักเรียนทุกคนไปหน้าชั้นทีละคน แรกสุดเธอบอกแต่ละคนว่า...พวกเขามีคุณค่าเพียงใด ทั้งต่อตัวครูและต่อเพื่อนร่วมห้อง จากนั้นเธอก็มอบริบบิ้นสีฟ้าพิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีทองเป็นของขวัญให้ ข้อความบนริบบิ้นมีว่า... "ฉันเป็นคนมีคุณค่า" จากนั้นครูให้นักเรียนทำงานกลุ่มของชั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อดูว่าการแสดงความชื่นชมยกย่องผู้อื่นส่งผลอย่างไรต่อคนในชุมชน เธอมอบริบบิ้นแก่นักเรียนคนละสามเส้น ให้นักเรียนเผยแพร่การรับรู้และชื่นชมคุณค่าผู้อื่นในวงกว้างออกไป จากนั้นนักเรียนจะต้องติดตามผลและ ดูว่าใครยกย่องใครบ้าง แล้วนำกลับมารายงานในห้องภายในหนึ่งสัปดาห์ นักเรียนชายคนหนึ่งเข้าพบผู้บริหารระดับรองที่ทำงานในบริษัทใกล้ๆ เพื่อยกย่องที่ชายผู้นี้เคยช่วยเขาวางแผนอาชีพในอนาคต แล้วมอบริบบิ้น ติดให้บนเสื้อเชิ้ต จากนั้นก็มอบริบบิ้นอีกสองเส้นที่เหลือพร้อมกับกล่าวว่า.... ผมอยากขอให้คุณช่วยหาใครสักคนที่คุณต้องการยกย่อง แล้วให้ริบบิ้นเขา ส่วนอีกเส้นก็ให้เขาไว้สำหรับมอบให้คนต่อไป เผยแพร่การยกย่องชื่นชมนี้ให้กระจายต่อไป แล้วช่วยกลับมาบอกผมด้วยครับว่าผลเป็นยังไงบ้าง" ต่อมาในวันเดียวกัน ผู้บริหารท่านนี้เเข้าพบเจ้านายเขา ซึ่งเป็นคนที่ใครๆ รู้กันดีว่าเกรี้ยวกราด อารมณ์ร้าย เขานั่งลงคุยกับเจ้านาย บอกเจ้านายว่า... ลึกๆ เขายกย่องชื่นชมเจ้านาย ว่าเป็นผู้มีหัวคิดสร้างสรรค์ระดับอัจฉริยะ ดูเหมือนเจ้านายเขาจะประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาถามเจ้านายว่าจะยินดีรับริบบิ้นสีฟ้าเป็นของขวัญแสดงความชื่นชม และอนุญาตให้เขาติดริบบิ้นให้ได้หรือไม่ เจ้านายผู้ประหลาดใจตอบว่า ได้ เขาจึงติดริบบิ้นสีฟ้าเส้นนั้นบนปกเสื้อนอก บริเวณเหนือหัวใจ เขามอบริบบิ้นเส้นสุดท้ายแก่เจ้านาย เขาบอกเจ้านายว่า... ช่วยอะไรผมสักอย่างได้ไหมครับ ผมอยากให้เจ้านายช่วยส่งต่อริบบิ้นเส้นสุดท้ายนี้ ด้วยการยกย่องชื่นชมใครสักคน พ่อหนุ่มที่ให้ริบบิ้นผมมาเป็นคนแรก กำลังทำงานกลุ่มของชั้นอยู่ เขาอยากให้ช่วยกระจายการยกย่องชื่นชมนี้ให้เผยแพร่ในวงกว้างออกไป แล้วดูว่าการทำแบบนี้ส่งผลต่อใครๆ ยังไงบ้าง >>>> ค่ำวันนั้น ชายผู้เป็นเจ้านายกลับบ้านไปหาลูกชายวัยรุ่นอายุสิบสี่ เขาเรียกลูกชายให้นั่งลง แล้วกล่าวว่า วันนี้เกิดเรื่องเหลือเชื่อที่สุดกับพ่อ ตอนอยู่ห้องทำงาน ลูกน้องคนหนึ่ง เข้ามาบอกว่าเขาชื่นชมพ่อ แล้วให้ริบบิ้นเส้นหนึ่งเป็นการยกย่องว่าพ่อเป็นอัจริยะ เรื่องความมีหัวคิดสร้างสรรค์ ลองนึกดูเขาคิดว่าพ่อมีหัวคิดสร้างสรรค์เข้าขั้นอัจฉริยะเชียวนะ แล้วเขาก็เอาริบบิ้นเส้นนี้ที่เขียนว่าฉันเป็นคนมีคุณค่า ติดให้บนปกเสื้อนอกตรงหัวใจนี่แล้วยังให้ริบบิ้นพ่อมาอีกเส้น ให้พ่อมองหาใครสักคนที่จะยกย่องชื่นชมต่อ... ระหว่างที่พ่อ ขับรถกลับบ้าน ก็คิดว่าริบบิ้นเส้นนี้จะให้ใครดี แล้วพ่อก็นึกถึงแก พ่ออยากชื่นชมแกนะ วันๆ พ่อทำงานยุ่งเหยิงมาก พอกลับมาบ้านก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจแกสักเท่าไร บางทียังอาละวาดอีก เรื่องแกเรียนได้เกรดไม่ดี เรื่องทำห้องนอนรก แต่ยังไงไม่รู้สิ วันนี้พ่อกลับอยากนั่งลงตรงนี้กับแก อยากบอกว่าแกมีค่ากับพ่อมากแค่ไหน นอกจากแม่แกแล้ว ก็มีแกนี่แหละที่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพ่อ แกเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมเลยแหละ แล้วพ่อก็รักแกนะ... เด็กหนุ่มผู้ตื่นตะลึงเริ่มสะอื้น... แล้วก็สะอื้น... เขาไม่อาจหยุดร้องไห้ ร่างสั่นเทาไปทั้งตัว เขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วกล่าวทั้งน้ำตา พ่อครับ เมื่อตอนเย็น ผมอยู่บนห้อง นั่งเขียนจดหมายถึงพ่อกับแม่ เพื่ออธิบายว่าทำไมผมถึงฆ่าตัวตาย แล้วก็ขอให้พ่อยกโทษให้ผม ผมตั้งใจจะฆ่าตัวตายคืนนี้ตอนพ่อหลับ ผมคิดว่าพ่อไม่เคยแคร์ผมเลย จดหมายอยู่บนห้องครับ แต่ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องการมันแล้วล่ะ" พ่อของเด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนห้องพบจดหมายข้อความสะเทือนใจ บรรยายถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน จดหมายฉบับนั้นจ่าหน้าถึงพ่อกับแม่ ชายผู้เป็นเจ้านายกลับไปที่ทำงานอย่างเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเลิกเป็นคนขี้โมโหแต่จะพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้พนักงานใต้บังคับบัญชารู้ว่าพวกเขามีค่าอย่างไรบ้าง ส่วนชายผู้เป็นนักบริหารระดับรอง ก็ช่วยให้คำแนะนำเด็กหนุ่มอื่นๆ ต่อมาอีกหลายคน เรื่องการวางแผนอาชีพในอนาคต แล้วก็ไม่เคยลืมบอกเด็กเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่าต่อชีวิตเขา อย่างไรบ้าง หนึ่งในนั้นก็คือเด็กหนุ่มลูกชายเจ้านายเขา ส่วนเด็กหนุ่มกับเพื่อนร่วมชั้นก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่มีค่าเรื่องหนึ่งนั่นคือ เราต่างเป็นคนที่มีคุณค่า...ด้วยกันทั้งนั้น February 19 วันแสนสนุก ย้อนอดีตไปถึงเมื่อวันวาน ( วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ) หลังเทศกาลไหว้เจ้า "ตรุษจีน" ของชนเชื้อสายจีนทุกท่าน ก็คงต้องขอตกยุคไปนิดนึงเพื่อการอัพสเปซวันนี้ ขอให้ทุกคนทุกท่าน มั่ง มี ศรี สุข กันถ้วนหน้านะคะ หลังจากวันไหว้ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาลูกหลานเชื้อสายจีนที่ มน. หลายคนก็กลับไปบ้านเพื่อทำการเคารพบรรพบุรุษกันหลายคน ควันหลงที่มหา'ลัยก็มีให้เห็นนะคะ ตอนที่ปุ๊กออกมาทานข้าวเช้าก็ได้ยินเสียงประทัดกันหลายจุดเลย รู้สึกอิจฉาขึ้นมาในหัวใจ อยากกลับบ้านมากๆค่ะ แต่ว่าคนบ้านไกลอ่ะนะก็เลยต้องเฝ้ารออยู่ที่มหาวิทยาลัยต่อไป ป๊ะป๊า มามี๊ ก็ม่ายโทรมาเลย (รู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้งไงก็ม่ายรุสิเนี่ย) ปกติมามี๊ปุ๊กนะเวลาทำอะไรที่มามี๊รู้ว่าปุ๊กชอบทำ หรือซื้ออะไรที่ปุ๊กชอบทานมาทาน มามี๊จะโทรมาแล้วบอกว่าซื้อนู่นซื้อนี่มาด้วยล่ะ อร่อยมากๆเลย ที่โทรมาไม่ได้ยั่วธรรมดาแต่เพื่อบอกว่าดูแลตัวเองด้วยนะมามี๊เป็นห่วง แต่ปีใหม่จีนทั้งทีกลับม่ายโทรมาเลย สงสัยกลัวโดนขอแต๊ะเอียแน่เลย
แต่ก็อย่างว่าอ่ะนะ ใช่ว่าปุ๊กจะไม่ได้ใกล้ชิดกับสิ่งของที่เกี่ยวกับเทศกาลไหว้เจ้าซะทีเดียว มาห้องสภาฯทีไรเราก็ไม่ตกยุคแล้ว เพราะว่าพี่ตั้มหอบของกินมาให้เพียบเลย อิ่มมากๆ เฮ้อ!!!มีประธานสภาคนนึงเนี่ยเหมือนมีโดราเอมอนเลย เมื่อวานนี้ (วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ) ปุ๊กก็ได้ไปเที่ยวอย่างสนุกสนานด้วย จากความเมตตาของประธานสภาที่กลัวว่าเด็กสภาจะเครียดจัด เลยชวนไปดูหนังเรื่อง สมเด็จพระนเรศวร ตอนประกาศอิสรภาพ ไปกัน 4 คน สนุกมากๆๆ มีพี่ตั้ม พี่กุ้ง พี่ซัน หนูปุ๊ก ได้ไปเที่ยวบ้านพี่กุ้งด้วย ต้นกระท้อนใหญ่มั๊กมาก สูงด้วยที่บ้านพี่กุ้ง ปุ๊กนึกว่าเป็นต้นหูกวางซะอีก ต้นไม้เยอะแยะไปหมดเลย ร่มรื่นดีค่ะ ไปจองตั๋วตอนบ่าน 2 โมง ได้ตั๋วเที่ยว 6 โมง 10 มา ก็เลยฆ่าเวลากันด้วยการทายโซบะกัน เดินดูหนังสือ ร้อง"เกะ ดื่มกาแฟ มีเรื่องเม้าส์จากร้านกาแฟ แกรนแคนยอนด้วยล่ะ คือว่าปุ๊กกับพี่ๆ นั่งในร้านกันนานมาก เพื่อรอเวลา ก็ได้ยินเสียงรำพันจากน้องๆที่ทำงานในร้านว่า เฮ้อ!!!เหนื่อยนะอย่าเข้ามาอีกเลย แล้วที่น้องเขาพูดอ่ะ พวกเราได้ยินกันหมดเลยนะคะ พี่กุ้งเขาก็บอกว่ารู้สึกผิดจังที่เข้ามาทำให้น้องเขาเหนื่อย ตอนที่คิดเงินนะคะ ม่ายรุว่าน้องเขาโกรธเปล่า บิลออกมานี่แพงมากก็ขอดูบิล ปรากฏว่าคิดผิด เศร้าจังเลย แต่ก็เป็นประสบการณ์นึงที่น่าจดจำนะคะว่าครั้งนึงเราก็ทำให้น้องที่ทำงานเหนื่อยมากๆได้
February 17 Valentine'S day ผ่านมาแล้วกับวันวาเลนไทน์ หลายๆคนก็ชื่อใจกันเป้นแถว ขอบอกว่าโลมาอิจฉามั๊กมากค่ะ
วาเลนไทน์ของโลมาก็เหมือนเดิม พี่ชายปุ๊กก็ส่งข้อความาแต่เช้าเลยนะ ไอ้เราอ่านไปก็ยิ้มไป
ที่เล็กส่งมาเป็นข้อความภาษาอังกฤษประมาณว่า ขอให้ได้เจอคนที่รักอย่างแท้จริง มีความสุขมากๆนะ รักเราด้วยล่ะ
แต่ว่าหลังจากอ่านไปซักพัก โทรศัพทืก็มีคนโทรเข้ามา จะเป็นใครไปได้ล่ะถ้าไม่ใช่พี่ชายที่แสนดี
คุณพี่เล็กเขาโทรมาเพื่อจะถามว่าข้อความแปลว่าอะไร ไอ้เราก็แป่วๆๆๆ
ที่ไหนได้พี่ส้มส่งมาให้แล้วเอามาให้เราแปล แต่อย่างว่าแหละ สุดท้ายก็เป็นเล็กที่โทรมาคุยด้วยตั้งกะเช้า ทำให้เรารู้สึกดีหน่อย
เล็กนี่เป็นพี่ที่รู้ใจน้องคนนี้ตลอดมาเลย วาเลนไทน์ ความรักของคนอื่นเป็นไงไม่รู้ แต่ของปุ๊กความรักที่ได้มาก็คือความรักจากเล็กที่ดูแลปุ๊กมาตลอดเลย ถ้าไม่มีพี่ชายคนนี้ น้องสาว(ที่นิสัยไม่ดี)คนนี้ก็ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง โชคดีนะที่นายเป็นพี่ เหงาๆทีไรก็คอยคุยไร้สาระด้วยเสมอวาเลนไทน์ ปีนี้ก็คง บอกรักพี่คนนี้ มากกว่าเดิมจากทุกปีนะ ป๊ะป๊า มามี๊ ก็รักเหมียนกัน วาเลนไทน์วันแห่งครอบครัว
แต่ว่าไปแล้วนะปุ๊กก็ไม่เงียบเหงาซะทีเดียว มาห้องสภาฯทีไรก็หานเหงาได้ พี่ตั้ม (ประธานสภาฯสุดน่ารัก )พาน้องคนนี้กับพี่กุ้งไปกินผัดไทซะน้ำหนักขึ้นเลย แถมพอเข้ามาในห้องตอก็มีแต่พี่ๆรุมแกล้ง ม่ายช่ายแสดงความรักซะหนูอ่วมเลย จี๊หนูเอารู้ก็รู้เขาบ้าจี้เป็นพักๆ พี่ต่อทำซะปุ๊กบ้าเลย พี่กล้า พี่ตั้มอินเตอร์ พี่เอ๋ หนุกดีนะคะวาเลนไทน์ปีนี้
ถ้าเราไม่มองโลกเงียบเหงาจนเกินไปเราก็คงไม่ใช่คนที่เศร้าตลอดชีวิตหรอก จริงไหมคะ ปุ๊กยังอยากก้าวไปข้างหน้าเจอคนแปลกหน้าไปเรื่อยๆ ซักวันความรักที่มาเติมเต็มส่วนที่ว่างเปล่าในใจเราก็คงเข้ามาอย่างแน่นอน อาจต้องรอนานไปหน่อยแต่จะเป็นไรไปล่ะ จริงไหมคะ สู้ๆ สู้ตายค่ะ
|
|
|